พลังงาน กำลัง และเวลาบิน
DRT 112 ฟิสิกส์ประยุกต์สำหรับเทคโนโลยีอากาศยาน
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- คำนวณงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์ และกำลังในสถานการณ์การบิน
- อธิบายห่วงโซ่ประสิทธิภาพจากแบตเตอรี่ถึงแรงขับ และประมาณกำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
- ประเมินผลของน้ำหนักบรรทุกต่อกำลังที่ใช้และเวลาบิน
- อธิบายค่า C-rating ความต้านทานภายใน แรงดันตก และความร้อนในแบตเตอรี่
- ประยุกต์ความรู้เรื่องความร้อนและอุณหภูมิกับการใช้แบตเตอรี่อย่างปลอดภัย
พลังงานคือขีดจำกัดของทุกภารกิจ
ในงานจริง คำถามที่ผู้ใช้โดรนถามบ่อยที่สุดคือ “บินได้นานเท่าไร” และ “ถ้าติดอุปกรณ์เพิ่ม จะบินได้สั้นลงแค่ไหน” DRT 111 สอนการคำนวณเวลาบินอย่างง่ายจากพลังงานแบตเตอรี่และกำลังเฉลี่ยไปแล้ว โมดูลนี้จะอธิบายว่ากำลังนั้นมาจากไหน สูญเสียไปที่ใด และทำไมน้ำหนักจึงมีผลต่อเวลาบินมากกว่าที่คิด
งาน พลังงาน และกำลัง
งาน คือแรงคูณระยะทางที่เคลื่อนที่ตามทิศของแรง มีหน่วยจูล (J) พลังงานที่พบบ่อยในงานโดรนมีสองแบบ
กำลัง คืออัตราการใช้หรือเปลี่ยนพลังงาน มีหน่วยวัตต์ ถ้าแรงคงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ จะได้
ตัวอย่างที่ 1 พลังงานเหล่านี้มากหรือน้อย
โดรนมวล 2 kg บินที่ 15 m/s และความสูง 100 m
- พลังงานจลน์ J
- พลังงานศักย์ J หรือประมาณ 0.55 Wh
แบตเตอรี่ 74 Wh มีพลังงานมากกว่าพลังงานศักย์นี้ถึงราว 135 เท่า พลังงานเกือบทั้งหมดของมัลติโรเตอร์จึงไม่ได้ไปเป็นความสูงหรือความเร็ว แต่ใช้ไปกับการ ผลักอากาศลงเพื่อพยุงตัว ตลอดเวลาที่บิน
ห่วงโซ่ประสิทธิภาพ
พลังงานจากแบตเตอรี่ต้องผ่านหลายขั้นกว่าจะกลายเป็นแรงขับ และแต่ละขั้นสูญเสียพลังงานเป็นความร้อนบางส่วน
ประสิทธิภาพรวมคือผลคูณของประสิทธิภาพแต่ละขั้น
ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณสำหรับโดรนขนาดเล็กทั่วไป ค่าจริงขึ้นกับอุปกรณ์และจุดทำงาน และควรหาจากการทดลองในโมดูล 3 กำลังไฟฟ้าที่ต้องจ่ายคือ
ตัวอย่างที่ 2 กำลังลอยตัวและการไต่ระดับ
จากโมดูล 3 โดรนมวล 2 kg ใช้กำลังเหนี่ยวนำอุดมคติ 123 W
- กำลังไฟฟ้าขณะลอยตัว W
- ถ้าไต่ระดับด้วย 2 m/s ต้องเพิ่มกำลังเชิงกล W คิดเป็นกำลังไฟฟ้าเพิ่ม W
ตัวเลขสอดคล้องกับค่ากำลังเฉลี่ย 300 W ที่ใช้เป็นตัวอย่างใน DRT 111 ซึ่งรวมการเคลื่อนที่และการสูญเสียอื่น ๆ แล้ว
น้ำหนักบรรทุกกับเวลาบิน
จากโมดูล 3 กำลังลอยตัว และขณะลอยนิ่ง ดังนั้น
ตัวอย่างที่ 3 เพิ่มมวล 20%
ติดอุปกรณ์เพิ่มจนมวลรวมเพิ่มขึ้น 20%
- กำลังเพิ่มเป็น เท่า
- เวลาบินจากแบตเตอรี่ก้อนเดิมเหลือ เท่า คือ ลดลงประมาณ 24%
มวลเพิ่ม 20% แต่เวลาบินลดลงมากกว่านั้น นี่คือเหตุผลที่ผู้ออกแบบพยายามลดน้ำหนักทุกกรัม และการใส่แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ขึ้นไม่ได้เพิ่มเวลาบินตามสัดส่วนเสมอไป
แบตเตอรี่: กระแส ความต้านทาน และความร้อน
C-rating
ค่า C-rating บอกอัตราการจ่ายกระแสต่อเนื่องสูงสุดเทียบกับความจุ
แบตเตอรี่ 5 Ah 25C จ่ายกระแสต่อเนื่องได้ตามฉลาก A ในทางปฏิบัติ ค่าบนฉลากมักสูงกว่าที่แบตเตอรี่ทำได้จริง จึงควรเผื่อไว้
ความต้านทานภายในและแรงดันตก
แบตเตอรี่ทุกก้อนมี ความต้านทานภายใน เมื่อจ่ายกระแสสูง แรงดันที่ขั้วจะตกลง และเกิดความร้อนภายใน
ตัวอย่างที่ 4 ความร้อนในแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มีความต้านทานภายในรวม 0.02 Ω จ่ายกระแส 20 A
- แรงดันตก V
- ความร้อน W
- บิน 10 นาทีได้ความร้อน J ถ้าแบตเตอรี่มวล 0.5 kg และความร้อนจำเพาะประมาณ 1000 J/(kg·K) โดยไม่คิดการระบายความร้อน อุณหภูมิจะสูงขึ้นประมาณ K
ความต้านทานภายในเพิ่มขึ้นเมื่อแบตเตอรี่เย็นจัดหรือเสื่อมสภาพ แรงดันจึงตกมากขึ้นตอนเร่ง ออโตไพลอตอาจเข้าใจผิดว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดและสั่งให้บินกลับเร็วกว่าที่ควร
ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียม
- ห้ามชาร์จหรือใช้แบตเตอรี่ที่บวม มีรอยบุบ หรือร้อนผิดปกติ
- ชาร์จในภาชนะกันไฟ มีคนเฝ้า และใช้เครื่องชาร์จที่ตั้งจำนวนเซลล์ถูกต้อง
- ไม่ทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถกลางแดด อากาศร้อนในประเทศไทยทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วและเสี่ยงไฟไหม้
- เก็บระยะยาวที่แรงดันประมาณ 3.8 V ต่อเซลล์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ในชั้นเรียน
- ใช้ข้อมูลแรงขับและกำลังจากปฏิบัติการโมดูล 3 หาประสิทธิภาพ gf/W ที่แรงขับเท่ากับหนึ่งในสี่ของน้ำหนักโดรนตัวอย่าง
- ประมาณกำลังลอยตัวและเวลาบินของโดรนตัวอย่าง แล้วเปรียบเทียบกับ flight log จริงหรือค่าจากผู้ผลิต
- คำนวณซ้ำเมื่อเพิ่มมวลบรรทุก 10%, 20% และ 30% แล้วเขียนกราฟเวลาบินกับมวล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- คิดว่ากำลังลอยตัวแปรผันตรงกับมวล ความจริงแปรผันตาม
- ลืมห่วงโซ่ประสิทธิภาพ กำลังไฟฟ้าจริงสูงกว่ากำลังอุดมคติเกือบเท่าตัว
- เชื่อค่า C-rating บนฉลากทั้งหมด ควรเผื่อไว้
- ไม่คิดถึงความร้อน กระแสสูงทำให้แบตเตอรี่และมอเตอร์ร้อน และเสื่อมเร็ว
สรุป
- งาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์ และกำลัง
- มัลติโรเตอร์ใช้พลังงานเกือบทั้งหมดไปกับการพยุงตัว ไม่ได้เก็บเป็นพลังงานศักย์
- ประสิทธิภาพรวมเป็นผลคูณของ ESC มอเตอร์ และใบพัด มักอยู่ราวครึ่งหนึ่ง
- กำลังลอยตัวแปรผันตาม น้ำหนักเพิ่ม 20% เวลาบินลดราว 24%
- C-rating จำกัดกระแส ความต้านทานภายในทำให้แรงดันตกและเกิดความร้อน
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- โดรนมวล 1.5 kg ไต่ระดับขึ้น 50 m ได้พลังงานศักย์เพิ่มกี่จูล
- ESC 0.94 มอเตอร์ 0.82 FM 0.6 ประสิทธิภาพรวมเท่าใด
- กำลังอุดมคติ 90 W ประสิทธิภาพรวม 0.5 ต้องใช้กำลังไฟฟ้าเท่าใด
- ถ้ามวลลดลง 10% เวลาบินเพิ่มขึ้นประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
- แบตเตอรี่ 6 Ah 30C จ่ายกระแสต่อเนื่องสูงสุดตามฉลากเท่าใด
เฉลย
- J
- W
- เพิ่มประมาณ 17%
- A
สรุปสูตรสำคัญ
| งาน | |
| พลังงานจลน์และศักย์ | |
| กำลัง | |
| ประสิทธิภาพรวม | |
| กำลังไฟฟ้าลอยตัว | |
| ผลของมวลต่อกำลังลอยตัว | |
| กระแสสูงสุดจาก C-rating | |
| ความร้อนในแบตเตอรี่ |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Serway, R. A., & Jewett, J. W. (2018). Physics for scientists and engineers (10th ed.). Cengage.
- Leishman, J. G. (2006). Principles of helicopter aerodynamics (2nd ed.). Cambridge University Press.
- Quan, Q. (2017). Introduction to multicopter design and control. Springer.
- Boylestad, R. L., & Nashelsky, L. (2013). Electronic devices and circuit theory (11th ed.). Pearson.
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
พลังงาน กำลัง และความร้อนในระบบอากาศยาน
น้ำหนักบรรทุก จุดศูนย์ถ่วง และพลังงาน
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz