บรรยากาศและอากาศพลศาสตร์เบื้องต้น
DRT 112 ฟิสิกส์ประยุกต์สำหรับเทคโนโลยีอากาศยาน
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- อธิบายความดัน อุณหภูมิ และความหนาแน่นของอากาศ และคำนวณความหนาแน่นด้วยกฎแก๊สอุดมคติ
- ใช้ค่าบรรยากาศมาตรฐาน ISA ประเมินผลของความสูงและอุณหภูมิต่อการบิน
- อธิบายหลักของแบร์นูลลี ความดันพลวัต และการวัดความเร็วอากาศด้วยท่อพิโตต์
- ใช้สมการแรงยกและแรงต้านคำนวณความเร็วที่ต้องใช้บินระดับและความเร็วร่วงหล่น
- อธิบายมุมปะทะ การร่วงหล่น และความหมายของเลขเรย์โนลด์สำหรับโดรนขนาดเล็ก
อากาศคือสิ่งที่โดรนใช้บิน
โดรนไม่ได้ “ลอย” ในความว่างเปล่า มันบินได้เพราะผลักและเบนทิศทางของอากาศ ดังนั้นสมบัติของอากาศ ทั้งความหนาแน่น ความดัน และอุณหภูมิ จึงกำหนดว่าใบพัดและปีกสร้างแรงได้มากน้อยเพียงใด โดรนตัวเดียวกันอาจบินได้ดีในเช้าที่อากาศเย็น แต่ยกของได้น้อยลงในบ่ายที่ร้อนจัดบนภูเขา โมดูลนี้อธิบายเหตุผลของเรื่องนั้น
สมบัติของอากาศ
- ความดัน (, หน่วย Pa) คือแรงที่อากาศกดต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
- อุณหภูมิ () ในการคำนวณต้องใช้เคลวิน
- ความหนาแน่น (, หน่วย kg/m³) คือมวลอากาศต่อปริมาตร ยิ่งหนาแน่น ใบพัดยิ่งมีอากาศให้ผลักมาก
ทั้งสามค่าสัมพันธ์กันตาม กฎแก๊สอุดมคติ
บรรยากาศมาตรฐาน ISA
เพื่อให้ออกแบบและเปรียบเทียบสมรรถนะได้ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนด บรรยากาศมาตรฐาน (ISA) ที่ระดับน้ำทะเลไว้ดังนี้
| ปริมาณ | ค่าที่ระดับน้ำทะเล |
|---|---|
| อุณหภูมิ | 288.15 K (15 °C) |
| ความดัน | 101 325 Pa |
| ความหนาแน่น | 1.225 kg/m³ |
ในชั้นโทรโพสเฟียร์ อุณหภูมิลดลงประมาณ 6.5 °C ทุก 1000 m
ตามแบบจำลองนี้ ที่ความสูง 1000 m อุณหภูมิเป็น 281.65 K ความดันประมาณ 89 900 Pa และความหนาแน่นประมาณ 1.112 kg/m³ ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลราว 9%
ตัวอย่างที่ 1 วันร้อนในประเทศไทย
ที่ระดับน้ำทะเล ความดัน 101 325 Pa อุณหภูมิ 35 °C (308.15 K)
ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 1.225 kg/m³ ประมาณ 6.5% เนื่องจากแรงขับของใบพัดแปรผันตรงกับความหนาแน่น แรงขับที่รอบเดิมจึงลดลงราว 6.5% ด้วย ในวันร้อน โดรนจึงต้องหมุนใบพัดเร็วขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อลอยตัว
หลักของแบร์นูลลีและความดันพลวัต
เมื่ออากาศไหลโดยไม่มีการสูญเสียพลังงาน ผลรวมของความดันสถิตกับ ความดันพลวัต มีค่าคงที่ตามแนวการไหล
พจน์ เรียกว่าความดันพลวัต เป็นตัวบอกว่าอากาศที่ไหลมี “แรงปะทะ” มากเพียงใด และปรากฏในสมการแรงยกกับแรงต้านทุกสมการ
วัดความเร็วอากาศด้วยท่อพิโตต์
เครื่องบินปีกตรึงวัดความเร็วเทียบอากาศด้วย ท่อพิโตต์-สถิต รูด้านหน้ารับความดันรวม รูด้านข้างรับความดันสถิต ผลต่างของทั้งสองคือความดันพลวัต
ตัวอย่างที่ 2 อ่านค่าเซนเซอร์ airspeed
เซนเซอร์วัดผลต่างความดันได้ 150 Pa ที่ kg/m³
แรงยกและแรงต้าน
ปีกและใบพัดมีหน้าตัดรูป แพนอากาศ (airfoil) เมื่อทำมุมกับลมที่ปะทะ เรียกว่า มุมปะทะ () อากาศถูกเบนลงด้านล่าง เกิดแรงตั้งฉากกับทิศลมเรียกว่า แรงยก และแรงตามทิศลมเรียกว่า แรงต้าน
สมการแรงยกและแรงต้านมีรูปแบบเดียวกัน
โดย คือพื้นที่ปีก และ , คือ สัมประสิทธิ์แรงยกและแรงต้าน ซึ่งรวมผลของรูปทรงและมุมปะทะไว้ในตัวเลขเดียว ค่าเหล่านี้หาได้จากการทดลองในอุโมงค์ลมหรือการจำลอง
สมการนี้บอกสามเรื่องสำคัญ แรงยกเพิ่มตาม กำลังสองของความเร็ว แปรผันตรงกับ ความหนาแน่นอากาศ และแปรผันตรงกับ พื้นที่ปีก
ตัวอย่างที่ 3 ความเร็วบินระดับ
โดรนปีกตรึงมวล 3 kg พื้นที่ปีก 0.6 m² บินที่ ต้องบินเร็วเท่าใดจึงรักษาระดับได้
บินระดับคือ ดังนั้น
มุมปะทะและการร่วงหล่น
เมื่อเพิ่มมุมปะทะ จะเพิ่มขึ้นจนถึงค่าสูงสุด ถ้าเพิ่มต่อไป อากาศจะแยกตัวออกจากผิวด้านบนของปีก แรงยกลดลงทันที เรียกว่า การร่วงหล่น (stall) ความเร็วต่ำสุดที่ยังบินระดับได้คือ ความเร็วร่วงหล่น
ถ้าโดรนในตัวอย่างที่ 3 มี จะได้ m/s นักบินจึงต้องรักษาความเร็วให้สูงกว่าค่านี้พอสมควร โดยเฉพาะตอนเลี้ยวและตอนลงจอด
เลขเรย์โนลด์
เลขเรย์โนลด์ () เปรียบเทียบแรงเฉื่อยของอากาศกับความหนืด
โดย คือความกว้างของปีก (chord) โดรนปีกกว้าง 0.2 m บินที่ 12 m/s มี ซึ่งต่ำกว่าเครื่องบินโดยสารหลายร้อยเท่า ที่ ต่ำ อากาศมีผลของความหนืดมากกว่า แพนอากาศจึงให้ประสิทธิภาพต่ำลง ข้อมูลของเครื่องบินขนาดใหญ่จึงนำมาใช้กับโดรนขนาดเล็กตรง ๆ ไม่ได้
ปฏิบัติการประจำโมดูล
ในชั้นเรียน
- บันทึกอุณหภูมิและความกดอากาศจากสถานีอุตุนิยมวิทยาหรือเซนเซอร์บารอมิเตอร์ แล้วคำนวณความหนาแน่นอากาศของวันนั้น
- เปิดโปรแกรมจำลองแพนอากาศ FoilSim ของ NASA หรือเครื่องมือที่อาจารย์กำหนด ปรับมุมปะทะจาก 0° ถึง 20° บันทึก และสังเกตจุดที่เกิดการร่วงหล่น
- เปรียบเทียบแรงยกที่คำนวณได้ในวันร้อนกับวันมาตรฐาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- ใช้องศาเซลเซียสในกฎแก๊ส ต้องแปลงเป็นเคลวินเสมอ
- ลืมยกกำลังสองของความเร็ว ความเร็วเพิ่มสองเท่า แรงยกเพิ่มสี่เท่า
- คิดว่ามุมปะทะยิ่งมากยิ่งดี เกินมุมร่วงหล่นแล้วแรงยกจะลดลงทันที
- ใช้ค่า ของเครื่องบินใหญ่กับโดรนเล็ก เลขเรย์โนลด์ต่างกันมาก
สรุป
- ความหนาแน่นอากาศ ลดลงเมื่ออากาศร้อนหรือบินสูง ทำให้แรงขับและแรงยกลดลง
- ISA ที่ระดับน้ำทะเลคือ 15 °C, 101 325 Pa และ 1.225 kg/m³
- ความดันพลวัต ใช้วัดความเร็วอากาศด้วยท่อพิโตต์
- และ แรงเพิ่มตามกำลังสองของความเร็ว
- เกินมุมปะทะวิกฤตจะเกิดการร่วงหล่น และโดรนขนาดเล็กทำงานที่เลขเรย์โนลด์ต่ำ
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- อุณหภูมิ 30 °C ความดัน 100 000 Pa ความหนาแน่นอากาศเท่าใด
- ตามแบบจำลอง ISA อุณหภูมิที่ความสูง 2000 m เป็นกี่องศาเซลเซียส
- เซนเซอร์ airspeed วัดผลต่างความดันได้ 245 Pa ที่ ความเร็วเท่าใด
- ถ้าความเร็วลดลงครึ่งหนึ่ง แรงยกเปลี่ยนไปอย่างไร
- ปีกกว้าง 0.15 m บินที่ 10 m/s ที่ เลขเรย์โนลด์ประมาณเท่าใด
เฉลย
- kg/m³
- K หรือ 2 °C
- m/s
- ลดลงเหลือหนึ่งในสี่
สรุปสูตรสำคัญ
| กฎแก๊สอุดมคติ | |
| อุณหภูมิ ISA | |
| แบร์นูลลี | |
| ความเร็วจากท่อพิโตต์ | |
| แรงยก | |
| แรงต้าน | |
| เลขเรย์โนลด์ |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- International Civil Aviation Organization. (1993). Manual of the ICAO standard atmosphere: Extended to 80 kilometres (262 500 feet) (Doc 7488, 3rd ed.). link
- NASA Glenn Research Center. (2022). Beginner's guide to aeronautics. link
- Anderson, J. D. (2016). Introduction to flight (8th ed.). McGraw-Hill.
- Serway, R. A., & Jewett, J. W. (2018). Physics for scientists and engineers (10th ed.). Cengage.
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
อากาศพลศาสตร์เบื้องต้น แรงยก แรงต้าน และใบพัด
อ่านลม เมฆ และอากาศใกล้พื้นดิน
อากาศพลศาสตร์: จาก Navier–Stokes ถึงแบบจำลองโดรน
Reynolds, Mach และการเลือกระดับแบบจำลอง
สมการนาเวียร์–สโตกส์: อ่านให้เห็นมวล แรง และความเร่ง
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
ปฏิบัติการในห้องแล็บหรือภาคสนามตามใบงาน พร้อม checklist ความปลอดภัย
หลักฐานการเรียนรู้: ใบงานที่ผ่านการตรวจและผล quiz