แคลคูลัสเบื้องต้นกับการเคลื่อนที่
DRT 111 คณิตศาสตร์ประยุกต์สำหรับเทคโนโลยี
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- อธิบายอนุพันธ์ในฐานะอัตราการเปลี่ยนแปลงและความชันของเส้นสัมผัส
- หาอนุพันธ์ของพหุนามด้วยกฎยกกำลัง และหาจุดสูงสุดหรือต่ำสุด
- ประมาณความเร็วจากข้อมูลตำแหน่งใน flight log ด้วยผลต่างสืบเนื่อง
- อธิบายปริพันธ์ในฐานะพื้นที่ใต้กราฟ และประมาณด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
- คำนวณประจุไฟฟ้าที่ใช้และอธิบายความคลาดเคลื่อนสะสมจากการอินทิเกรตข้อมูล IMU
คณิตศาสตร์ของสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ตัวเลขทุกตัวใน flight log เปลี่ยนตลอดเวลา ความสูงเพิ่มขึ้น แบตเตอรี่ลดลง ความเร็วแกว่งตามลม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตอนนี้มีค่าเท่าไร” แต่เป็น “กำลังเปลี่ยนเร็วแค่ไหน” และ “สะสมไปแล้วเท่าไร”
แคลคูลัส ตอบสองคำถามนี้ด้วยเครื่องมือสองชิ้น อนุพันธ์ บอกอัตราการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะหนึ่ง ส่วน ปริพันธ์ บอกผลสะสมตลอดช่วงเวลา สองเรื่องนี้เป็นกลับด้านของกันและกัน โมดูลนี้เน้นความเข้าใจและการคำนวณกับข้อมูลจริง มากกว่าการพิสูจน์ทฤษฎี
อัตราการเปลี่ยนแปลงและอนุพันธ์
ความเร็วเฉลี่ย
ถ้าโดรนอยู่ที่ตำแหน่ง ณ เวลา และ ณ เวลา ความเร็วเฉลี่ยคือ
บนกราฟตำแหน่ง-เวลา ค่านี้คือความชันของเส้นตรงที่ลากผ่านสองจุด
ความเร็วขณะหนึ่ง
ถ้าเราทำช่วงเวลา ให้สั้นลงเรื่อย ๆ จนเกือบเป็นศูนย์ เส้นที่ลากผ่านสองจุดจะกลายเป็น เส้นสัมผัส ที่แตะกราฟเพียงจุดเดียว ความชันของเส้นนี้คือ ความเร็วขณะหนึ่ง และเรียกว่า อนุพันธ์ ของตำแหน่งเทียบกับเวลา
ในทำนองเดียวกัน อนุพันธ์ของความเร็วคือ ความเร่ง
กฎยกกำลัง
ไม่จำเป็นต้องคำนวณลิมิตทุกครั้ง สำหรับพหุนามใช้กฎยกกำลัง
พร้อมกับกฎง่าย ๆ อีกสองข้อ คือ อนุพันธ์ของค่าคงที่เป็นศูนย์ และอนุพันธ์ของผลบวกเท่ากับผลบวกของอนุพันธ์
ตัวอย่างที่ 1 ตำแหน่ง ความเร็ว ความเร่ง
โดรนเร่งออกตัวตามแนวราบ ตำแหน่งเป็น เมตร
- ความเร็ว ที่ s จะได้ m/s
- ความเร่ง m/s² คงที่ตลอด
หาจุดสูงสุดและต่ำสุด
ที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดของกราฟเรียบ เส้นสัมผัสจะอยู่แนวราบ อนุพันธ์จึงเท่ากับศูนย์ เราใช้ข้อนี้หาค่าสูงสุดได้
ตัวอย่างที่ 2 ความสูงสูงสุด
ถ้าความสูงของวัตถุที่ถูกยิงขึ้นเป็น เมตร
- s
- ความสูงสูงสุด m
อนุพันธ์จากข้อมูลจริง
ข้อมูลใน flight log เป็นจุด ๆ ตามเวลา ไม่ได้มาเป็นสูตร เราจึงประมาณอนุพันธ์ด้วย ผลต่างสืบเนื่อง (finite difference)
ตัวอย่างที่ 3 ความเร็วไต่ระดับจาก log
log บันทึกความสูงทุก 0.5 s ได้ 10.0, 11.2, 12.5, 13.6 m
- ช่วงแรก m/s
- ช่วงที่สอง m/s
- ช่วงที่สาม m/s
อัตราไต่ระดับเฉลี่ยประมาณ 2.4 m/s
ระวัง
การหาอนุพันธ์ขยายสัญญาณรบกวน ถ้าค่าความสูงมีความคลาดเคลื่อนสุ่ม ±0.1 m และ s ความเร็วที่คำนวณได้อาจแกว่งถึง ±20 m/s ทั้งที่โดรนแทบไม่ได้เคลื่อนที่ ในทางปฏิบัติจึงต้องกรองสัญญาณก่อน หรือใช้ช่วงเวลาที่ยาวขึ้น
ปริพันธ์: การสะสม
ถ้ารู้ความเร็วตลอดช่วงเวลาและต้องการหาระยะทางรวม เราต้องทำกลับกับอนุพันธ์ คือ สะสม ความเร็วคูณเวลาทีละช่วงเล็ก ๆ ผลรวมนี้เท่ากับ พื้นที่ใต้กราฟ ความเร็ว-เวลา และเขียนเป็นปริพันธ์
กฎสี่เหลี่ยมคางหมู
กับข้อมูลที่เป็นจุด เราประมาณพื้นที่ด้วยการแบ่งเป็นแถบสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ละแถบมีพื้นที่เท่ากับค่าเฉลี่ยของสองขอบคูณความกว้าง
ตัวอย่างที่ 4 ระยะทางจากความเร็ว
ความเร็วที่บันทึกทุก 1 s คือ 0, 2, 4, 4, 3 m/s
ประจุไฟฟ้าที่ใช้ไป
ตัววัดกระแสบนโดรนคำนวณ “mAh ที่ใช้ไป” ด้วยปริพันธ์ของกระแส แบบเดียวกัน
ตัวอย่างที่ 5 แบตเตอรี่เหลือเท่าไร
โดรนลอยตัวใช้กระแส 20 A นาน 6 นาที แล้วบินเร็วใช้ 30 A นาน 3 นาที
- ช่วงแรก Ah
- ช่วงที่สอง Ah
- รวม 3.5 Ah หรือ 3500 mAh
ถ้าแบตเตอรี่มีความจุ 5000 mAh ตั้งเกณฑ์ใช้ไม่เกิน 80% คือ 4000 mAh จะเหลือให้ใช้อีกเพียง 500 mAh ถึงเวลาต้องบินกลับ
ทำไม IMU อย่างเดียวนำทางได้ไม่นาน
แอกเซเลอโรมิเตอร์วัดความเร่ง ถ้าอินทิเกรตหนึ่งครั้งได้ความเร็ว อินทิเกรตอีกครั้งได้ตำแหน่ง ฟังดูเหมือนนำทางได้โดยไม่ต้องใช้ GNSS แต่เซนเซอร์จริงมีค่าเพี้ยนคงที่เล็กน้อย เรียกว่า bias () เมื่ออินทิเกรตสองครั้ง ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งจะโตตามกำลังสองของเวลา
ตัวอย่างที่ 6 bias เพียงเล็กน้อย
bias m/s² ดูเล็กมาก แต่ผ่านไป 60 วินาที ความคลาดเคลื่อนตำแหน่งจะเป็น m
นี่คือเหตุผลที่ออโตไพลอตต้องรวมข้อมูล IMU กับ GNSS บารอมิเตอร์ หรือกล้อง ด้วยตัวกรองคาลมาน (EKF) ซึ่งจะเรียนในวิชา DRT 335
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- สับสนความเร็วเฉลี่ยกับความเร็วขณะหนึ่ง
- ลืมหน่วยเวลา กระแสเป็น A และเวลาเป็นนาที ต้องแปลงเป็นชั่วโมงก่อนได้ Ah
- หาอนุพันธ์จากข้อมูลที่มีสัญญาณรบกวนโดยไม่กรอง
- คิดว่าความคลาดเคลื่อนจากการอินทิเกรตโตแบบเส้นตรง ความจริงโตตามกำลังสองของเวลา
สรุป
- อนุพันธ์คืออัตราการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะหนึ่ง เท่ากับความชันของเส้นสัมผัส
- ความเร็วคืออนุพันธ์ของตำแหน่ง และความเร่งคืออนุพันธ์ของความเร็ว กฎยกกำลังคือ
- จุดสูงสุดหรือต่ำสุดเกิดที่อนุพันธ์เป็นศูนย์
- ปริพันธ์คือผลสะสมหรือพื้นที่ใต้กราฟ ข้อมูลจริงประมาณด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
- ประจุที่ใช้ไปคือปริพันธ์ของกระแส ส่วน bias ของ IMU ทำให้ตำแหน่งคลาดเคลื่อนตาม
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- หาอนุพันธ์ของ
- โดรนอยู่ที่ 20 m ตอน s และ 35 m ตอน s ความเร็วเฉลี่ยเท่าใด
- หาเวลาที่ มีค่าสูงสุด และค่าสูงสุดนั้น
- กระแสที่บันทึกทุก 60 s คือ 18, 22, 20 A ประมาณประจุที่ใช้ไปในหน่วย mAh ด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
- IMU มี bias 0.02 m/s² ผ่านไป 30 s ความคลาดเคลื่อนตำแหน่งเท่าใด
เฉลย
- m/s
- s และ m
- A·s หารด้วย 3600 ได้ 0.683 Ah หรือประมาณ 683 mAh
- m
สรุปสูตรสำคัญ
| ความเร็วเฉลี่ย | |
| อนุพันธ์ | |
| กฎยกกำลัง | |
| ผลต่างสืบเนื่อง | |
| กฎสี่เหลี่ยมคางหมู | |
| ประจุที่ใช้ | |
| ความคลาดเคลื่อนจาก bias |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Strang, G., & Herman, E. (2016). Calculus volume 1. OpenStax. link
- Stroud, K. A., & Booth, D. J. (2020). Engineering mathematics (8th ed.). Bloomsbury.
- Groves, P. D. (2013). Principles of GNSS, inertial, and multisensor integrated navigation systems (2nd ed.). Artech House.
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
อนุพันธ์ อัตราการเปลี่ยนแปลง และการอินทิเกรตเชิงตัวเลข
แบบฝึกวัดความคลาดเคลื่อนของ trajectory
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน
หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง