โมดูล 5/5 · สัปดาห์ 13–15 · 27 ชม.

แคลคูลัสเบื้องต้นกับการเคลื่อนที่

DRT 111 คณิตศาสตร์ประยุกต์สำหรับเทคโนโลยี

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. อธิบายอนุพันธ์ในฐานะอัตราการเปลี่ยนแปลงและความชันของเส้นสัมผัส
  2. หาอนุพันธ์ของพหุนามด้วยกฎยกกำลัง และหาจุดสูงสุดหรือต่ำสุด
  3. ประมาณความเร็วจากข้อมูลตำแหน่งใน flight log ด้วยผลต่างสืบเนื่อง
  4. อธิบายปริพันธ์ในฐานะพื้นที่ใต้กราฟ และประมาณด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
  5. คำนวณประจุไฟฟ้าที่ใช้และอธิบายความคลาดเคลื่อนสะสมจากการอินทิเกรตข้อมูล IMU

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: DRT 111 โมดูล 1 (ฟังก์ชันและกราฟ)

คณิตศาสตร์ของสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ตัวเลขทุกตัวใน flight log เปลี่ยนตลอดเวลา ความสูงเพิ่มขึ้น แบตเตอรี่ลดลง ความเร็วแกว่งตามลม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตอนนี้มีค่าเท่าไร” แต่เป็น “กำลังเปลี่ยนเร็วแค่ไหน” และ “สะสมไปแล้วเท่าไร”

แคลคูลัส ตอบสองคำถามนี้ด้วยเครื่องมือสองชิ้น อนุพันธ์ บอกอัตราการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะหนึ่ง ส่วน ปริพันธ์ บอกผลสะสมตลอดช่วงเวลา สองเรื่องนี้เป็นกลับด้านของกันและกัน โมดูลนี้เน้นความเข้าใจและการคำนวณกับข้อมูลจริง มากกว่าการพิสูจน์ทฤษฎี

อัตราการเปลี่ยนแปลงและอนุพันธ์

ความเร็วเฉลี่ย

ถ้าโดรนอยู่ที่ตำแหน่ง ณ เวลา และ ณ เวลา ความเร็วเฉลี่ยคือ

บนกราฟตำแหน่ง-เวลา ค่านี้คือความชันของเส้นตรงที่ลากผ่านสองจุด

ความเร็วขณะหนึ่ง

ถ้าเราทำช่วงเวลา ให้สั้นลงเรื่อย ๆ จนเกือบเป็นศูนย์ เส้นที่ลากผ่านสองจุดจะกลายเป็น เส้นสัมผัส ที่แตะกราฟเพียงจุดเดียว ความชันของเส้นนี้คือ ความเร็วขณะหนึ่ง และเรียกว่า อนุพันธ์ ของตำแหน่งเทียบกับเวลา

กราฟตำแหน่งกับเวลาเป็นเส้นโค้ง มีเส้นสัมผัสสีชมพูที่จุดหนึ่ง และสามเหลี่ยมเล็กแสดง delta t กับ delta x
ภาพที่ 1 ความชันของเส้นสัมผัสบนกราฟตำแหน่งคือความเร็ว ณ ขณะนั้น

ในทำนองเดียวกัน อนุพันธ์ของความเร็วคือ ความเร่ง

กฎยกกำลัง

ไม่จำเป็นต้องคำนวณลิมิตทุกครั้ง สำหรับพหุนามใช้กฎยกกำลัง

พร้อมกับกฎง่าย ๆ อีกสองข้อ คือ อนุพันธ์ของค่าคงที่เป็นศูนย์ และอนุพันธ์ของผลบวกเท่ากับผลบวกของอนุพันธ์

ตัวอย่างที่ 1 ตำแหน่ง ความเร็ว ความเร่ง

โดรนเร่งออกตัวตามแนวราบ ตำแหน่งเป็น เมตร

  • ความเร็ว ที่ s จะได้ m/s
  • ความเร่ง m/s² คงที่ตลอด

หาจุดสูงสุดและต่ำสุด

ที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดของกราฟเรียบ เส้นสัมผัสจะอยู่แนวราบ อนุพันธ์จึงเท่ากับศูนย์ เราใช้ข้อนี้หาค่าสูงสุดได้

ตัวอย่างที่ 2 ความสูงสูงสุด

ถ้าความสูงของวัตถุที่ถูกยิงขึ้นเป็น เมตร

  • s
  • ความสูงสูงสุด m

อนุพันธ์จากข้อมูลจริง

ข้อมูลใน flight log เป็นจุด ๆ ตามเวลา ไม่ได้มาเป็นสูตร เราจึงประมาณอนุพันธ์ด้วย ผลต่างสืบเนื่อง (finite difference)

ตัวอย่างที่ 3 ความเร็วไต่ระดับจาก log

log บันทึกความสูงทุก 0.5 s ได้ 10.0, 11.2, 12.5, 13.6 m

  • ช่วงแรก m/s
  • ช่วงที่สอง m/s
  • ช่วงที่สาม m/s

อัตราไต่ระดับเฉลี่ยประมาณ 2.4 m/s

ระวัง

การหาอนุพันธ์ขยายสัญญาณรบกวน ถ้าค่าความสูงมีความคลาดเคลื่อนสุ่ม ±0.1 m และ s ความเร็วที่คำนวณได้อาจแกว่งถึง ±20 m/s ทั้งที่โดรนแทบไม่ได้เคลื่อนที่ ในทางปฏิบัติจึงต้องกรองสัญญาณก่อน หรือใช้ช่วงเวลาที่ยาวขึ้น

ปริพันธ์: การสะสม

ถ้ารู้ความเร็วตลอดช่วงเวลาและต้องการหาระยะทางรวม เราต้องทำกลับกับอนุพันธ์ คือ สะสม ความเร็วคูณเวลาทีละช่วงเล็ก ๆ ผลรวมนี้เท่ากับ พื้นที่ใต้กราฟ ความเร็ว-เวลา และเขียนเป็นปริพันธ์

กราฟความเร็วกับเวลา พื้นที่ใต้กราฟถูกแบ่งเป็นแถบสี่เหลี่ยมคางหมูหลายแถบ
ภาพที่ 2 พื้นที่ใต้กราฟความเร็ว ประมาณด้วยแถบสี่เหลี่ยมคางหมู

กฎสี่เหลี่ยมคางหมู

กับข้อมูลที่เป็นจุด เราประมาณพื้นที่ด้วยการแบ่งเป็นแถบสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ละแถบมีพื้นที่เท่ากับค่าเฉลี่ยของสองขอบคูณความกว้าง

ตัวอย่างที่ 4 ระยะทางจากความเร็ว

ความเร็วที่บันทึกทุก 1 s คือ 0, 2, 4, 4, 3 m/s

ประจุไฟฟ้าที่ใช้ไป

ตัววัดกระแสบนโดรนคำนวณ “mAh ที่ใช้ไป” ด้วยปริพันธ์ของกระแส แบบเดียวกัน

ตัวอย่างที่ 5 แบตเตอรี่เหลือเท่าไร

โดรนลอยตัวใช้กระแส 20 A นาน 6 นาที แล้วบินเร็วใช้ 30 A นาน 3 นาที

  • ช่วงแรก Ah
  • ช่วงที่สอง Ah
  • รวม 3.5 Ah หรือ 3500 mAh

ถ้าแบตเตอรี่มีความจุ 5000 mAh ตั้งเกณฑ์ใช้ไม่เกิน 80% คือ 4000 mAh จะเหลือให้ใช้อีกเพียง 500 mAh ถึงเวลาต้องบินกลับ

ทำไม IMU อย่างเดียวนำทางได้ไม่นาน

แอกเซเลอโรมิเตอร์วัดความเร่ง ถ้าอินทิเกรตหนึ่งครั้งได้ความเร็ว อินทิเกรตอีกครั้งได้ตำแหน่ง ฟังดูเหมือนนำทางได้โดยไม่ต้องใช้ GNSS แต่เซนเซอร์จริงมีค่าเพี้ยนคงที่เล็กน้อย เรียกว่า bias () เมื่ออินทิเกรตสองครั้ง ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งจะโตตามกำลังสองของเวลา

ตัวอย่างที่ 6 bias เพียงเล็กน้อย

bias m/s² ดูเล็กมาก แต่ผ่านไป 60 วินาที ความคลาดเคลื่อนตำแหน่งจะเป็น m

นี่คือเหตุผลที่ออโตไพลอตต้องรวมข้อมูล IMU กับ GNSS บารอมิเตอร์ หรือกล้อง ด้วยตัวกรองคาลมาน (EKF) ซึ่งจะเรียนในวิชา DRT 335

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • สับสนความเร็วเฉลี่ยกับความเร็วขณะหนึ่ง
  • ลืมหน่วยเวลา กระแสเป็น A และเวลาเป็นนาที ต้องแปลงเป็นชั่วโมงก่อนได้ Ah
  • หาอนุพันธ์จากข้อมูลที่มีสัญญาณรบกวนโดยไม่กรอง
  • คิดว่าความคลาดเคลื่อนจากการอินทิเกรตโตแบบเส้นตรง ความจริงโตตามกำลังสองของเวลา

สรุป

  • อนุพันธ์คืออัตราการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะหนึ่ง เท่ากับความชันของเส้นสัมผัส
  • ความเร็วคืออนุพันธ์ของตำแหน่ง และความเร่งคืออนุพันธ์ของความเร็ว กฎยกกำลังคือ
  • จุดสูงสุดหรือต่ำสุดเกิดที่อนุพันธ์เป็นศูนย์
  • ปริพันธ์คือผลสะสมหรือพื้นที่ใต้กราฟ ข้อมูลจริงประมาณด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
  • ประจุที่ใช้ไปคือปริพันธ์ของกระแส ส่วน bias ของ IMU ทำให้ตำแหน่งคลาดเคลื่อนตาม

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. หาอนุพันธ์ของ
  2. โดรนอยู่ที่ 20 m ตอน s และ 35 m ตอน s ความเร็วเฉลี่ยเท่าใด
  3. หาเวลาที่ มีค่าสูงสุด และค่าสูงสุดนั้น
  4. กระแสที่บันทึกทุก 60 s คือ 18, 22, 20 A ประมาณประจุที่ใช้ไปในหน่วย mAh ด้วยกฎสี่เหลี่ยมคางหมู
  5. IMU มี bias 0.02 m/s² ผ่านไป 30 s ความคลาดเคลื่อนตำแหน่งเท่าใด
เฉลย
  1. m/s
  2. s และ m
  3. A·s หารด้วย 3600 ได้ 0.683 Ah หรือประมาณ 683 mAh
  4. m

สรุปสูตรสำคัญ

ความเร็วเฉลี่ย
อนุพันธ์
กฎยกกำลัง
ผลต่างสืบเนื่อง
กฎสี่เหลี่ยมคางหมู
ประจุที่ใช้
ความคลาดเคลื่อนจาก bias

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. Strang, G., & Herman, E. (2016). Calculus volume 1. OpenStax. link
  2. Stroud, K. A., & Booth, D. J. (2020). Engineering mathematics (8th ed.). Bloomsbury.
  3. Groves, P. D. (2013). Principles of GNSS, inertial, and multisensor integrated navigation systems (2nd ed.). Artech House.

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน

หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และสถิติ · ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และฝูงโดรน · การควบคุม ออโตไพลอต และการนำทาง