โมดูล 5/5 · สัปดาห์ 13–15 · 27 ชม.

ความเสี่ยงและขั้นตอนฉุกเฉิน

DRT 342 การวางแผนภารกิจ การปฏิบัติการอัตโนมัติ และการบินนอกระยะสายตา

เวลาเรียนประมาณ 90 นาทีร่าง รอตรวจปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569

บทเรียน

เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ

  1. อธิบายวงจรการบริหารความเสี่ยงในการปฏิบัติการ (ORM) และแยกอันตราย ความเสี่ยง มาตรการ และหลักฐาน
  2. อธิบายสิบขั้นตอนของ SORA 2.5 และความหมายของ GRC, ARC, SAIL และ OSO
  3. หาค่า iGRC, final GRC และ SAIL จากตารางของ SORA 2.5 ในกรณีฝึก
  4. แยกสถานะปกติ contingency และฉุกเฉิน และจับคู่กับพื้นที่ปฏิบัติการ
  5. เขียนขั้นตอน contingency และแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉินของภารกิจ

ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: DRT 342 โมดูล 1–4

ทำไมต้องรู้

ไม่มีภารกิจใดที่ความเสี่ยงเป็นศูนย์ คำถามจริงคือ ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ยอมรับได้หรือไม่ และเรามีหลักฐานอะไรยืนยัน สำหรับการบินที่ต่างจากเงื่อนไขทั่วไป ประกาศ กพท. ปี 2569 กำหนดให้ต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงและได้รับอนุญาตก่อนบิน และอาจขอดูคู่มือการปฏิบัติการบิน คู่มือการจัดการความเสี่ยง และมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม ทักษะประเมินความเสี่ยงจึงไม่ใช่เอกสารประกอบ แต่เป็นเงื่อนไขของการได้บิน

ความเสี่ยงเปรียบได้กับการข้ามถนน อันตรายคือรถ ความเสี่ยงขึ้นกับว่ารถมาบ่อยแค่ไหนและเร็วแค่ไหน มาตรการคือทางม้าลายและสัญญาณไฟ หลักฐานคือไฟทำงานจริงและรถหยุดจริง การเขียนว่า “มีทางม้าลาย” อย่างเดียวไม่ได้ทำให้ปลอดภัย

วงจรบริหารความเสี่ยงในการปฏิบัติการ

การบริหารความเสี่ยงในการปฏิบัติการ (Operational Risk Management, ORM) เป็นวงจรที่ทำซ้ำทุกภารกิจ

  1. ระบุอันตราย (hazard) สิ่งที่อาจก่อความเสียหาย เช่น คนเดินเข้าจุดขึ้นลง ลมกระโชก แบตเตอรี่เสื่อม
  2. ประเมินความเสี่ยง โอกาสเกิด (likelihood) คูณความรุนแรง (severity)
  3. กำหนดมาตรการ ลดโอกาส ลดความรุนแรง หรือทั้งสองอย่าง พร้อมผู้รับผิดชอบ
  4. ตัดสินใจ ความเสี่ยงที่เหลือยอมรับได้หรือไม่ ตามเกณฑ์ขององค์กร
  5. ติดตามและทบทวน มาตรการทำงานจริงหรือไม่ สภาพเปลี่ยนไปหรือไม่

ตัวอย่างที่ 1 เมทริกซ์ความเสี่ยงของรายวิชา

รายวิชานี้ใช้เมทริกซ์ 5×5 เป็นตัวอย่าง โดย ค่า 1–4 ต่ำ 5–9 ปานกลาง 10–25 สูง (องค์กรจริงใช้เกณฑ์ของตนเองใน OM)

อันตราย: มีคนเดินผ่านจุดขึ้นลงข้างทางเดินสาธารณะ ประเมินโอกาส ความรุนแรง

  1. อยู่ในระดับสูง
  2. มาตรการ: ย้ายจุดขึ้นลงเข้าไปในพื้นที่กั้น มีผู้เฝ้าจุดหนึ่งคนที่มีอำนาจสั่งหยุด
  3. ประเมินใหม่: , ได้ ต่ำ

มาตรการลดคะแนนได้ต่อเมื่อ มีหลักฐานว่าทำงานจริง เช่น ภาพถ่ายการกั้นพื้นที่ในวันบิน และบันทึกว่าผู้เฝ้าจุดอยู่ประจำตลอดภารกิจ ถ้าไม่มีหลักฐาน ให้คงคะแนนเดิมและบันทึกเป็นช่องว่างของหลักฐาน

ระเบียบวิธี SORA 2.5

SORA (Specific Operations Risk Assessment) ของ JARUS เป็นวิธีประเมินความเสี่ยงสำหรับการปฏิบัติการประเภท specific ที่หลายประเทศใช้หรือนำไปปรับใช้ ฉบับ 2.5 เผยแพร่เมื่อ 13 พฤษภาคม 2024 ประกอบด้วยสิบขั้นตอน

สิบขั้นตอนเรียงสองแถว 1 อธิบายภารกิจ 2 iGRC 3 final GRC จากมาตรการ 4 initial ARC 5 residual ARC 6 TMPR 7 SAIL 8 containment 9 OSO 10 แฟ้มหลักฐานความปลอดภัย
ภาพที่ 1 สิบขั้นตอนของ SORA 2.5
คำความหมาย
GRC (Ground Risk Class)ระดับความเสี่ยงต่อคนบนพื้น iGRC คือค่าก่อนมาตรการ final GRC คือค่าหลังมาตรการ
ARC (Air Risk Class)ระดับความเสี่ยงการชนกับอากาศยานมีคนขับ ARC-a ถึง ARC-d
TMPRข้อกำหนดสมรรถนะของมาตรการทางยุทธวิธีด้านอากาศ เช่น DAA
SAILระดับความมั่นใจว่าการปฏิบัติการจะอยู่ในการควบคุม ระดับ I ถึง VI
OSOวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยของการปฏิบัติการ 17 ข้อ ความเข้มของหลักฐานเพิ่มตาม SAIL
Containmentข้อกำหนดที่ป้องกันไม่ให้อากาศยานหลุดออกไปสร้างความเสี่ยงในพื้นที่ข้างเคียง

ขั้นที่ 2 หา iGRC

ใช้ตาราง 2 ของ SORA 2.5 เลือก คอลัมน์ซ้ายสุดที่รองรับทั้งขนาดสูงสุดและความเร็วสูงสุด ของอากาศยาน และแถวตามความหนาแน่นประชากรสูงสุดใน footprint (operational volume รวม ground risk buffer)

ความหนาแน่นประชากรสูงสุด (คน/km²)≤1 m / 25 m/s≤3 m / 35 m/s≤8 m / 75 m/s≤20 m / 120 m/s≤40 m / 200 m/s
พื้นที่ควบคุม11233
< 523456
< 5034567
< 50045678
< 5,00056789
< 50,000678910
> 50,00078อยู่นอก SORAอยู่นอก SORAอยู่นอก SORA

ขั้นที่ 3 มาตรการลด GRC

มาตรการต่ำกลางสูง
M1(A) ที่หลบภัย (sheltering)−1−2–
M1(B) ข้อจำกัดการปฏิบัติการ–−1−2
M1(C) การเฝ้าสังเกตภาคพื้น−1––
M2 ลดผลกระทบเมื่อตก เช่น ร่มชูชีพ–−1−2

ระดับต่ำ กลาง สูง คือ ความเข้มของหลักฐาน (robustness) ตามภาคผนวก B ไม่ใช่ระดับที่เลือกเองได้ และเมื่อใช้มาตรการ M1 ทั้งหมดแล้ว final GRC ต้องไม่ต่ำกว่าค่าต่ำสุดของคอลัมน์นั้น เพราะลดจำนวนคนที่เสี่ยงให้ต่ำกว่าพื้นที่ควบคุมไม่ได้

ขั้นที่ 7 หา SAIL

Final GRCARC-aARC-bARC-cARC-d
≤2IIIIVVI
3IIIIIVVI
4IIIIIIIVVI
5IVIVIVVI
6VVVVI
7VIVIVIVI
>7ประเภท certified

ตัวอย่างที่ 2 ไล่ตาราง SORA (กรณีฝึก)

มัลติโรเตอร์ขนาดสูงสุด 1.2 m ความเร็วสูงสุด 20 m/s บินเหนือพื้นที่ที่ความหนาแน่นสูงสุดใน footprint ต่ำกว่า 500 คน/km² สมมติว่าประเมิน air risk แล้วได้ residual ARC-b

  1. ขนาด 1.2 m เกิน 1 m จึงใช้คอลัมน์ ≤3 m / 35 m/s แถว < 500 ได้ iGRC = 5
  2. สมมติว่ามีหลักฐานระดับต่ำของ M1(A) sheltering: ค่าต่ำสุดของคอลัมน์คือ 1 จึง final GRC = 4
  3. GRC 4 กับ ARC-b ได้ SAIL III

ตัวอย่างนี้ใช้ฝึกอ่านตาราง ในงานจริง ต้องพิสูจน์มาตรการตามภาคผนวก B ของ SORA ผ่านการตรวจของผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับ ห้ามเดาค่า GRC, ARC หรือ SAIL เพื่อใช้ยื่นขออนุญาต

ปกติ contingency และฉุกเฉิน

SORA และคู่มือปฏิบัติการแยกสถานการณ์เป็นสามระดับ ซึ่งตรงกับชั้นพื้นที่ในโมดูล 1

สามสถานะ ปกติอยู่ใน flight geography contingency อยู่ใน contingency volume และมีลูกศรกลับไปสถานะปกติ ฉุกเฉินคือออกนอก operational volume ด้านล่างเป็นขั้นตอน contingency ใน OM ได้แก่ กลับเข้าพื้นที่ Hold RTL หรือลงจอดจุดสำรอง และแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ERP
ภาพที่ 2 สถานะปกติ contingency และฉุกเฉิน
สถานะสภาพสิ่งที่ทำ
ปกติอยู่ใน flight geography ระบบทำงานตามแผนบินตามภารกิจ ติดตามค่าต่าง ๆ
Contingencyเกิดเหตุผิดปกติ หรือออกจาก flight geography แต่ยังอยู่ใน contingency volumeใช้ขั้นตอน contingency เช่น Hold, RTL, ลงจุดสำรอง เพื่อกลับสู่สภาพปกติ
ฉุกเฉินออกนอก operational volume หรือเสียการควบคุมใช้ขั้นตอนฉุกเฉิน เช่น ยุติการบิน และเริ่มแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (ERP)

แยกอาการก่อนเลือกขั้นตอน

อาการเดียวไม่ได้ยืนยันสาเหตุเดียว (ทบทวนหน่วยความรู้ “แยกเหตุผิดปกติก่อนเลือกคำตอบ”) เช่น ตำแหน่งบนแผนที่กระโดดอาจมาจาก GNSS ถูกรบกวน หรือการแสดงผลของ GCS ขั้นตอนใน OM ต้องเริ่มจากการตรวจสิ่งที่ยืนยันได้ แล้วจึงเลือกคำตอบที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่คิดใหม่กลางอากาศ

แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (ERP)

ERP คือสิ่งที่ทีมทำ หลัง เกิดเหตุร้ายแรง เช่น โดรนตกนอกพื้นที่ ควรกำหนดอย่างน้อย

  • ผู้สั่งการและรายชื่อผู้ต้องติดต่อ เช่น หน่วยกู้ภัย ตำรวจ เจ้าของพื้นที่ และหน่วยงานกำกับตามที่กฎหมายกำหนด
  • วิธีเข้าถึงจุดตก การกั้นพื้นที่ และการดูแลผู้บาดเจ็บ
  • การจัดการแบตเตอรี่ลิเธียมที่เสียหาย ซึ่งอาจลุกไหม้ภายหลัง
  • การเก็บรักษา log และหลักฐานเพื่อการสอบสวน
  • การซ้อมแผนเป็นระยะ

กิจกรรมในชั้นเรียน

กิจกรรม: เมทริกซ์ความเสี่ยงพร้อมหลักฐาน

ใช้บทฝึก B02 “ประเมินความเสี่ยงอย่างมีหลักฐาน” จากคลังความรู้โดรน ต่อยอดจากภารกิจกลุ่มในโมดูล 3

  1. แยกอันตราย ผลกระทบ มาตรการ และหลักฐานคนละช่อง กำกับสถานะหลักฐานเป็น observed, documented หรือ pending
  2. ไล่ตาราง SORA 2.5 หา iGRC และ SAIL ของกรณีฝึก ระบุชัดว่าค่าใดเป็นสมมติฐาน
  3. เขียนขั้นตอน contingency สามเหตุ ได้แก่ C2 link ขาด แบตเตอรี่ต่ำกว่าเกณฑ์ และมีคนเข้าพื้นที่
  4. ร่าง ERP หนึ่งหน้า

ทบทวนข้ออ้าง “ติดกล้อง AI แล้วปลอดภัย” และ “มีรั้วในแผนที่จึงไม่มีคนเข้า” ว่าขาดหลักฐานอะไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวัง

  • เขียนชื่อมาตรการแล้วลดคะแนนทันที โดยไม่มีหลักฐานว่าทำงานจริง
  • เดาค่า GRC, ARC หรือ SAIL โดยไม่มีข้อมูลความหนาแน่นประชากรและห้วงอากาศ
  • ใช้ความหนาแน่นเฉลี่ย แทนค่าสูงสุดใน footprint
  • ลด GRC ต่ำกว่าค่าต่ำสุดของคอลัมน์
  • มีแต่ขั้นตอนฉุกเฉิน ไม่มีขั้นตอน contingency ทำให้ทุกเหตุกลายเป็นเหตุฉุกเฉิน
  • ยืมเมทริกซ์ความเสี่ยงขององค์กรอื่น โดยไม่รู้ความหมายของแต่ละระดับ

สรุป

  • ORM คือระบุอันตราย ประเมิน กำหนดมาตรการ ตัดสินใจ และติดตาม ทุกมาตรการต้องมีผู้รับผิดชอบและหลักฐาน
  • SORA 2.5 มีสิบขั้นตอน รวมความเสี่ยงภาคพื้น (GRC) และทางอากาศ (ARC) เป็น SAIL ซึ่งกำหนดความเข้มของหลักฐานสำหรับ OSO 17 ข้อ
  • iGRC หาจากคอลัมน์ซ้ายสุดที่รองรับทั้งขนาดและความเร็ว และแถวความหนาแน่นสูงสุด final GRC ต้องไม่ต่ำกว่าค่าต่ำสุดของคอลัมน์
  • สถานการณ์แยกเป็นปกติ contingency และฉุกเฉิน ตรงกับ flight geography, contingency volume และนอก operational volume
  • ERP กำหนดสิ่งที่ทีมทำหลังเกิดเหตุร้ายแรง และต้องซ้อมจริง

แบบฝึกตรวจความเข้าใจ

  1. อันตรายกับความเสี่ยงต่างกันอย่างไร
  2. โดรนขนาด 0.9 m ความเร็วสูงสุด 18 m/s บินเหนือพื้นที่ความหนาแน่นต่ำกว่า 50 คน/km² iGRC เท่าใด
  3. Final GRC 5 กับ residual ARC-c ได้ SAIL เท่าใด
  4. iGRC ในคอลัมน์ ≤1 m เท่ากับ 2 ใช้ M1(A) ระดับกลาง (−2) final GRC เท่าใด
  5. โดรนออกจาก flight geography เพราะลมกระโชก แต่ยังอยู่ใน contingency volume นี่คือสถานะใด และควรทำอะไร
เฉลย
  1. อันตรายคือสิ่งที่อาจก่อความเสียหาย ความเสี่ยงคือการรวมโอกาสเกิดกับความรุนแรงของผลจากอันตรายนั้น
  2. คอลัมน์ ≤1 m / 25 m/s แถว < 50 ได้ iGRC = 3
  3. SAIL IV
  4. แต่ต้องไม่ต่ำกว่าค่าต่ำสุดของคอลัมน์ ≤1 m ซึ่งคือ 1 จึงได้ final GRC = 1
  5. สถานะ contingency ใช้ขั้นตอน contingency ใน OM เช่น นำกลับเข้า flight geography, Hold หรือ RTL และบันทึกเหตุ

สรุปสูตรสำคัญ

ระดับความเสี่ยงในเมทริกซ์ (ตัวอย่างในรายวิชา)
GRC หลังมาตรการ M1
SAIL

แหล่งอ้างอิงหลัก

  1. Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems. (2024). JARUS guidelines on Specific Operations Risk Assessment (SORA), main body, edition 2.5 (JAR-DEL-SRM-SORA-MB-2.5). link
  2. International Organization for Standardization. (2023). Unmanned aircraft systems – Part 3: Operational procedures (ISO 21384-3:2023). link
  3. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2565). รูปแบบคู่มือปฏิบัติการบินของอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (CAAT-GM-UAS-001, Issue 01 Rev 00). link
  4. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2569). ประกาศ กพท. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ปฏิบัติแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนด พ.ศ. 2569 (มีผล 17 พฤษภาคม 2569). link
  5. International Civil Aviation Organization. (2015). Manual on remotely piloted aircraft systems (RPAS) (Doc 10019). ICAO. link
  6. European Commission. (2019). Commission Implementing Regulation (EU) 2019/947 on the rules and procedures for the operation of unmanned aircraft. link

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล

ในชั้นเรียน / ภาคสนาม

บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน

หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง

แบบทดสอบประจำโมดูล

แบบทดสอบนี้ใช้ตรวจความเข้าใจ (formative) ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน

โดเมนความรู้: กฎหมาย ความปลอดภัย และความเสี่ยง · การวางแผนภารกิจ การบิน และการจำลอง