การวางแผนภารกิจ
DRT 342 การวางแผนภารกิจ การปฏิบัติการอัตโนมัติ และการบินนอกระยะสายตา
บทเรียน
เมื่อเรียนจบโมดูลนี้ ผู้เรียนจะสามารถ
- อธิบายวงจรการวางแผนและปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ brief จนถึงการทบทวนหลังบิน
- กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการด้วยแนวคิด flight geography, contingency volume และ ground risk buffer
- เลือกอากาศยานและ payload จากคำถามของภารกิจ
- วางแนวบินสำรวจจากค่า GSD และส่วนซ้อนของภาพ
- คำนวณเวลาบินเมื่อมีลมและงบพลังงานพร้อมพลังงานสำรอง
ทำไมต้องรู้
อุบัติเหตุโดรนจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเครื่องเสีย แต่เกิดจาก แผนที่ไม่พอ เช่น ไม่รู้ว่าลมแรงขึ้นตอนบ่าย ไม่ได้คิดพลังงานขากลับ หรือไม่รู้ว่ามีถนนตัดผ่านใต้แนวบิน การวางแผนภารกิจจึงเป็นทักษะหลักของผู้ปฏิบัติการ UAS วิชาชีพ ยิ่งภารกิจเป็นแบบอัตโนมัติหรือบินนอกระยะสายตา ความผิดพลาดของแผนยิ่งแก้ยากกลางอากาศ เพราะคนไม่ได้อยู่ในวงควบคุมตลอดเวลา
เปรียบเทียบง่าย ๆ การวางแผนภารกิจคล้ายการวางแผนเดินทางไกลด้วยรถยนต์ ต้องรู้ว่าจะไปทำอะไร เส้นทางไหน น้ำมันพอไหม ถ้ารถเสียกลางทางจะจอดที่ไหน และใครต้องรู้ว่าเรากำลังเดินทาง
โมดูลนี้ใช้หน่วยความรู้จากคลังความรู้โดรนเป็นฐาน ได้แก่ การเขียน brief การประเมินพื้นที่ การรวมข้อมูลอากาศเข้ากับแผน และบทฝึกกำหนดแนวคิดภารกิจ ผู้เรียนควรอ่านก่อนเข้าชั้นเรียน
วงจรภารกิจ
ภารกิจที่ดีไม่ได้เริ่มจากการเปิดโปรแกรมวาด waypoint แต่เริ่มจาก คำถามที่ต้องการคำตอบ
- Brief ระบุคำถาม ผู้รับผลงาน เวลาที่ผลยังมีประโยชน์ และบทบาทของทีม เช่น “ต้องการภาพความละเอียดไม่หยาบกว่า 3 cm ต่อพิกเซลของแนวคลองยาว 2 km ส่งให้เทศบาลภายใน 48 ชั่วโมง” ดีกว่า “ถ่ายรูปคลองให้ชัดที่สุด”
- ประเมินพื้นที่และอากาศ ตรวจสิ่งกีดขวาง คน ถนน ห้วงอากาศ จุดขึ้นลงและจุดสำรอง รวมทั้งพยากรณ์และรายงานอากาศ แยก “สิ่งที่ตรวจแล้ว” ออกจาก “สิ่งที่ยังเป็นสมมติฐาน”
- วางแผน เส้นทาง ความสูง ความเร็ว พลังงาน และขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
- ตัดสินใจ GO เมื่อเงื่อนไขครบ HOLD เมื่อข้อมูลสำคัญยังไม่ยืนยัน NO-GO เมื่อความเสี่ยงเกินเกณฑ์
- บินและติดตาม เทียบสถานะจริงกับแผนตลอดเวลา
- ทบทวนหลังบิน บันทึกสิ่งที่ต่างจากแผนและนำบทเรียนกลับไปใช้ครั้งต่อไป
กพท. จัดทำแนวทางรูปแบบคู่มือปฏิบัติการบิน (Operations Manual, OM) เลขที่ CAAT-GM-UAS-001 ซึ่งแยกหัวข้อความรับผิดชอบ การวางแผน การสำรวจพื้นที่ และการสื่อสารไว้ ผู้ดำเนินการแต่ละรายต้องเขียนขั้นตอนของตนใน OM ตามรุ่นอากาศยานและลักษณะงาน ตารางในบทเรียนนี้เป็นแบบฝึกเท่านั้น ไม่ใช่แบบบังคับของหน่วยงาน
พื้นที่ปฏิบัติการ
แผนที่มีเส้นทางบินเส้นเดียวยังไม่พอ เพราะโดรนจริงไม่ได้บินตรงเส้นพอดี ระเบียบวิธี SORA 2.5 ของ JARUS แบ่งพื้นที่เป็นชั้น ๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์แม้ในภารกิจที่ไม่ได้ใช้ SORA
| ชั้น | ความหมาย | ตัวอย่างการกำหนด |
|---|---|---|
| Flight geography | พื้นที่และความสูงที่อากาศยานบินในสภาวะปกติ | แนวคลองกว้าง 200 m ความสูงไม่เกินที่ได้รับอนุญาต |
| Contingency volume | พื้นที่ล้อมรอบที่ใช้เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ และใช้ขั้นตอน contingency พากลับเข้าพื้นที่ปกติ | เผื่อความคลาดเคลื่อนตำแหน่ง ลมพัด และระยะเบรก |
| Ground risk buffer | พื้นที่บนพื้นดินรอบ operational volume ที่คาดว่าอากาศยานจะตกภายในถ้าเสียการควบคุม | SORA 2.5 เสนอหลัก 1 ต่อ 1 คือกว้างเท่าความสูงบินเป็นค่าเริ่มต้น |
| Adjacent area | พื้นที่ถัดออกไปที่ต้องประเมินว่าถ้าหลุดออกไปจะกระทบใคร | ชุมชนหรือถนนใหญ่ข้างพื้นที่งาน |
SORA 2.5 ระบุว่าการกำหนด operational volume ต้องคิดถึงความแม่นยำของการนำทาง ความคลาดเคลื่อนในการบินตามเส้นทาง ความคลาดเคลื่อนของแผนที่ และความหน่วงของระบบ ไม่ใช่ขีดเส้นตามความรู้สึก
เลือกอากาศยานและ payload
เลือกจาก คำถามของภารกิจ ไม่ใช่จากเครื่องที่มีอยู่ในห้อง (ทบทวน DRT 341 โมดูล 2 และ 4)
| คำถามภารกิจ | ข้อกำหนดที่ตามมา | ทางเลือกที่เหมาะ |
|---|---|---|
| ทำแผนที่แปลงเกษตร 300 ไร่ | พื้นที่กว้าง บินแนวตรงยาว | ปีกตรึงหรือ VTOL กล้อง RGB หรือมัลติสเปกตรัม |
| ตรวจรอยร้าวใต้สะพาน | ลอยนิ่งใกล้โครงสร้าง GNSS อาจถูกบัง | มัลติโรเตอร์ มีกล้องซูมและระบบกันชน |
| ค้นหาผู้สูญหายตอนกลางคืน | มองเห็นความร้อน ต้องส่งภาพสด | มัลติโรเตอร์หรือ VTOL กล้องความร้อน ลิงก์วิดีโอ |
| ตรวจแนวท่อยาว 30 km | บินไกลนอกระยะสายตา | ปีกตรึงหรือ VTOL C2 ระยะไกล (โมดูล 3–4) |
วางเส้นทางและ waypoint
ภารกิจอัตโนมัติประกอบด้วยรายการ waypoint ซึ่งแต่ละจุดมีพิกัด ความสูง และคำสั่ง (โมดูล 2) รูปแบบเส้นทางที่ใช้บ่อยคือ
- จุดต่อจุด สำหรับการขนส่งหรือการไปถึงพื้นที่งาน
- แนวบินสำรวจแบบไปกลับ (lawnmower) สำหรับทำแผนที่
- วงโคจรรอบวัตถุ สำหรับถ่ายโครงสร้างสามมิติ
- แนวเส้นตรงตามโครงสร้าง สำหรับตรวจสายไฟหรือท่อ
ความละเอียดภาพและแนวบินสำรวจ
ขนาดภาพบนพื้นต่อหนึ่งพิกเซล (Ground Sampling Distance, GSD) ขึ้นกับความสูงบิน ขนาดพิกเซลของเซนเซอร์ และความยาวโฟกัส
ภาพติดกันต้องมีส่วนซ้อนเพื่อให้ซอฟต์แวร์ต่อภาพได้ ถ้าความกว้างภาพบนพื้นเป็น และส่วนซ้อนด้านข้าง ระยะห่างแนวบินคือ รายละเอียดเชิงโฟโตแกรมเมตรีจะเรียนในวิชาทำแผนที่
ตัวอย่างที่ 1 วางแนวบินสำรวจ
กล้องมีเซนเซอร์กว้าง 13.2 mm ภาพกว้าง 5472 พิกเซล เลนส์ 8.8 mm บินที่ความสูง 80 m ต้องการส่วนซ้อนด้านข้าง 70% พื้นที่กว้าง 540 m ยาว 800 m บินที่ 10 m/s
- ขนาดพิกเซล mm
- m cm ต่อพิกเซล
- ความกว้างภาพบนพื้น m
- ระยะห่างแนวบิน m
- จำนวนแนว แนว ระยะบินรวม m
- เวลาบิน s นาที ยังไม่รวมขึ้นลง
ถ้าต้องการ GSD 3 cm จะบินได้สูงถึงราว 109 m แต่เงื่อนไขทั่วไปในประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 กำหนดไม่ให้บินสูงกว่า 90 m จากพื้น การบินสูงกว่านั้นต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ตัวเลขคำนวณจึงเป็นแค่ขอบบนทางเทคนิค
พลังงานและลม
ลมเปลี่ยนเวลาบิน
ความเร็วเหนือพื้นคือผลรวมเวกเตอร์ของความเร็วสัมพัทธ์อากาศกับลม เวลาแต่ละขาคือระยะหารด้วยความเร็วเหนือพื้นของขานั้น
ตัวอย่างที่ 2 ลมตามขาไปชดเชยลมสวนขากลับได้หรือไม่
โดรนบินด้วยความเร็วอากาศ 12 m/s ไปจุดที่ห่าง 2 km แล้วกลับ มีลมสวนขาไป 4 m/s
- ขาไป m/s เวลา s
- ขากลับ m/s เวลา s
- รวม 375 s เทียบกับไม่มีลม s
ลมทำให้ใช้เวลามากขึ้นราว 12.5% แม้จะมีทั้งลมสวนและลมตาม เพราะช่วงลมสวนกินเวลานานกว่า มัลติโรเตอร์ใช้กำลังเกือบคงที่ตามเวลา พลังงานที่ใช้จึงเพิ่มตามไปด้วย
งบพลังงาน
พลังงานที่ใช้ได้จริงไม่เท่ากับพลังงานบนฉลาก ต้องหักส่วนที่ไม่ควรใช้ (สัดส่วน ) แล้วหารด้วยกำลังเฉลี่ย
ผู้ดำเนินการกำหนดพลังงานสำรองขั้นต่ำไว้ใน OM เช่น ต้องลงจอดโดยเหลือพลังงานไม่ต่ำกว่าร้อยละที่กำหนด ในรายวิชานี้ใช้นโยบายตัวอย่าง “ใช้ได้ 80% ของพลังงานแบตเตอรี่” ค่าจริงต้องอิงคู่มือผู้ผลิตและ OM
ตัวอย่างที่ 3 ภารกิจนี้บินเที่ยวเดียวได้หรือไม่
ใช้ภารกิจจากตัวอย่างที่ 1 แบตเตอรี่ 22.2 V 8.0 Ah กำลังเฉลี่ยขณะบินสำรวจ 350 W ขึ้นลงใช้เวลารวม 2 นาที
- พลังงาน Wh ใช้ได้ Wh
- เวลาบินได้ h นาที
- เวลาที่ภารกิจต้องการ นาที
เหลือเผื่อเพียง 0.2 นาที ยังไม่รวมลม การไต่ระดับ หรือการบินวนรอ ภารกิจจึงควร แบ่งเป็นสองเที่ยว เช่น แนวที่ 1–8 และ 9–16 และวางจุดเปลี่ยนแบตเตอรี่ไว้ในแผน
กิจกรรมในชั้นเรียน
กิจกรรม: ทำแฟ้มแนวคิดภารกิจ
ใช้ใบงาน B01 จากคลังความรู้โดรน (ภารกิจสมมติสำรวจแนวคลองยาว 2 km)
- เขียน brief หนึ่งหน้า ระบุคำถาม ผู้รับผล เวลา และบทบาททีม
- ร่าง flight geography, contingency volume และ ground risk buffer บนแผนที่ฝึก พร้อมเหตุผลของแต่ละระยะ
- คำนวณ GSD ระยะห่างแนวบิน และเวลาบิน แล้วตรวจงบพลังงานด้วยค่าที่อาจารย์กำหนด
- ทำทะเบียนสมมติฐาน ระบุสิ่งที่ยังต้องตรวจ เจ้าของข้อมูล และเงื่อนไขที่ทำให้ต้อง HOLD
แฟ้มนี้เป็นงานฝึก ไม่ใช่แผนการบินที่ได้รับอนุญาต
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ระวัง
- เริ่มจากการวาดเส้นทาง โดยยังไม่ได้เขียนคำถามและผลส่งมอบ
- ขีดพื้นที่บินเท่าเส้นทางพอดี ไม่เผื่อ contingency volume และ ground risk buffer
- คิดว่าลมตามขากลับชดเชยลมสวนขาไปได้พอดี
- ใช้พลังงานบนฉลากเต็มจำนวน ไม่หักพลังงานสำรอง
- ถือว่าภาพแผนที่เก่าบอกสภาพวันบิน ไม่มีคนในภาพไม่ได้แปลว่าไม่มีคนในวันปฏิบัติ
สรุป
- วงจรภารกิจคือ brief → ประเมินพื้นที่และอากาศ → วางแผน → ตัดสินใจ → บินและติดตาม → ทบทวน
- พื้นที่ปฏิบัติการตามแนวคิด SORA ประกอบด้วย flight geography, contingency volume และ ground risk buffer
- เลือกอากาศยานและ payload จากคำถามภารกิจ
- GSD และระยะห่างแนวบิน
- ลมเพิ่มเวลาบินไปกลับเสมอ งบพลังงานต้องหักพลังงานสำรองตาม OM
แบบฝึกตรวจความเข้าใจ
- ทำไม brief ว่า “ถ่ายภาพให้ชัดที่สุด” จึงไม่พอสำหรับการวางแผน
- Contingency volume ต่างจาก flight geography อย่างไร
- บินที่ความสูง 60 m ด้วยกล้องขนาดพิกเซล 2.412 µm เลนส์ 8.8 mm GSD เท่าใด
- ภาพกว้างบนพื้น 100 m ส่วนซ้อนด้านข้าง 75% ระยะห่างแนวบินเท่าใด
- ความเร็วอากาศ 10 m/s ไปกลับระยะ 1.5 km มีลมสวนขาไป 5 m/s ใช้เวลารวมเท่าใด เทียบกับไม่มีลม
เฉลย
- ไม่บอกว่าใช้ภาพทำอะไร ความละเอียดเท่าใด ส่งให้ใคร และเมื่อใด ทีมจึงเลือกความสูง อุปกรณ์ และเกณฑ์ตรวจผลไม่ได้
- Flight geography คือพื้นที่บินในสภาวะปกติ ส่วน contingency volume ล้อมรอบไว้สำหรับเหตุผิดปกติ และใช้ขั้นตอน contingency พากลับเข้าพื้นที่ปกติ
- m หรือราว 1.6 cm
- m
- ขาไป s ขากลับ s รวม 400 s เทียบกับไม่มีลม 300 s (มากขึ้น 33%)
สรุปสูตรสำคัญ
| ความเร็วเหนือพื้น | |
| เวลาบินรวมหลายขา | |
| ขนาดภาพบนพื้น (GSD) | |
| ระยะห่างแนวบินสำรวจ | |
| เวลาบินจากพลังงาน |
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems. (2024). JARUS guidelines on Specific Operations Risk Assessment (SORA), main body, edition 2.5 (JAR-DEL-SRM-SORA-MB-2.5). link
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2565). รูปแบบคู่มือปฏิบัติการบินของอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (CAAT-GM-UAS-001, Issue 01 Rev 00). link
- International Organization for Standardization. (2023). Unmanned aircraft systems – Part 3: Operational procedures (ISO 21384-3:2023). link
- Fahlstrom, P. G., Gleason, T. J., & Sadraey, M. H. (2022). Introduction to UAV systems (5th ed.). Wiley.
- Wolf, P. R., Dewitt, B. A., & Wilkinson, B. E. (2014). Elements of photogrammetry with applications in GIS (4th ed.). McGraw-Hill.
- สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2569). ประกาศ กพท. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ปฏิบัติแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนด พ.ศ. 2569 (มีผล 17 พฤษภาคม 2569). link
- กระทรวงคมนาคม. (2558). ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา, 132(86 ง), 6–12. link
อ่านเพิ่มเติม
ศึกษาหน่วยความรู้ที่กำหนดล่วงหน้า ดูสื่อประกอบ และทำ quiz ประจำโมดูล
กำหนดแนวคิดภารกิจ
รวมข้อมูลอากาศเข้ากับแผนภารกิจ
Brief: คำถาม ผลส่งมอบ และบทบาททีม
ประเมินพื้นที่และตัดสินใจความพร้อม
ในชั้นเรียน / ภาคสนาม
บรรยาย อภิปรายกรณีศึกษา และแก้โจทย์ในชั้นเรียน
หลักฐานการเรียนรู้: ผล quiz และแบบฝึกหัดที่ส่ง