The English version of this page is being translated and reviewed; the Thai original is shown for now.

Reynolds, Mach and choosing the model fidelity

คำนวณสัดส่วนความเฉื่อยต่อความหนืด ความเร็วต่อเสียง และแยก laminar, RANS, URANS กับ LES

Last updated:

ทีมวิศวกรไทยวัดลมใกล้แปลงนาและพื้นที่ทดลองโดรน
ภาพประกอบแนวคิดสร้างด้วย AI

ตัวเลขสองตัวช่วยตั้งคำถาม

จบบทนี้ผู้เรียนจะคำนวณ Re, Mach และ q พร้อมบอกความหมายของความเร็วและความยาวที่ใช้ได้ Re = ρUL/μ = UL/ν, M = U/a, q = ½ρU² โดย a คืออัตราเร็วเสียง หน่วย m/s ส่วน Re และ M ไม่มีหน่วย และ q มีหน่วย Pa ดูนิยามจาก NASA Reynolds และ NASA Mach

เปรียบเทียบความหมายของ Reynolds, Mach และระดับการจำลองความปั่นป่วน

Re เปรียบเทียบความสำคัญของความเฉื่อยกับความหนืดที่สเกลเลือก ไม่ใช่เครื่องตรวจ turbulence อัตโนมัติ การเปลี่ยนผ่านขึ้นกับเรขาคณิต ความขรุขระ การรบกวนและประวัติการไหล ห้ามนำเกณฑ์ท่อกลมตัวเดียวไปตัดสินใบพัดหรือแผ่นราบ และแม้ Re สูง ความหนืดใกล้ผนังยังสำคัญ

ตัวอย่างที่คำนวณมือได้

สมมติ ρ = 1.225 kg/m³, μ = 0.0000181 Pa·s, U = 10 m/s, L = 0.1 m และ a = 343 m/s จะได้ Re ≈ 67,680, M ≈ 0.0292 และ q = 61.25 Pa ค่าคุณสมบัตินี้เป็นค่ากำหนดสำหรับแบบฝึก ไม่ใช่การวัดอากาศ ณ สถานที่บิน

ถ้า L เป็นคอร์ดใบปีก ให้เขียนว่า Re อ้างอิงคอร์ด หากเปลี่ยนเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางใบพัด Re จะเป็นคนละนิยาม แม้ใส่ความเร็วเดียวกัน สำหรับช่องแผ่นกว้างมากใช้ hydraulic diameter Dh ≈ 2H กับความเร็วเฉลี่ยได้ แต่ต้องติดป้าย ReDh ให้ชัด

ทดลองเปลี่ยนค่าด้วยเครื่องคำนวณท้ายบท แล้วทำนายผลก่อนกดคำนวณ เมื่อ U เพิ่มสองเท่า Re และ M เพิ่มสองเท่า ส่วน q เพิ่มสี่เท่า เครื่องคำนวณนี้คำนวณสัดส่วน ไม่ได้แก้ Navier–Stokes

โดรนบินช้า แต่ปลายใบอาจเร็ว

ใบพัดตัวอย่างเชิงสมมติมีรัศมี R = 0.1 m หมุน 10,000 rpm จะมี Ω = 2π × 10,000/60 ≈ 1,047.2 rad/s และความเร็วเชิงสัมผัสที่ปลาย ΩR ≈ 104.72 m/s จึงมี Mtip ≈ 0.305 เมื่อใช้ a = 343 m/s ยังไม่ได้รวมกระแสไหลเหนี่ยวนำและความเร็วเดินหน้า

กฎคร่าว ๆ M ต่ำกว่าประมาณ 0.3 มักใช้คัดกรองสมมติฐาน incompressible แต่ไม่ใช่การรับรองว่าความหนาแน่นคงที่ทุกตำแหน่ง ต้องดูความเร็วสัมพัทธ์เฉพาะที่ อุณหภูมิ และความแม่นยำที่ต้องการ ค่า Mach ของลำที่เกือบศูนย์ขณะ hover จึงไม่พอสำหรับเลือกแบบจำลองใบพัด

Laminar, RANS, URANS และ LES ต่างกันตรงไหน

แนวทาง สิ่งที่คำนวณและสิ่งที่จำลองเพิ่ม หลักฐานที่ต้องใส่ใจ
Laminar แก้สนามโดยไม่เพิ่มแบบจำลอง turbulence การไหลต้องสอดคล้องกับสมมติฐาน; ปิด turbulence ไม่ได้ทำให้การไหลจริงเป็น laminar
Steady RANS แก้สนามเฉลี่ยที่คงตัว พร้อมแบบจำลอง Reynolds stresses แบบจำลองใกล้ผนัง กริด และความเหมาะสมของสมมติฐานค่าเฉลี่ยคงตัว
URANS แก้สนามเฉลี่ยที่เปลี่ยนตามเวลา แต่ยังใช้ turbulence closure time step รอบหมุน และแรงที่เข้าสู่สภาพเป็นคาบ
LES แก้โครงสร้างการไหลขนาดใหญ่และจำลองส่วนเล็กกว่าตัวกรอง ความละเอียดพื้นที่ เวลา และช่วงเก็บสถิติ

URANS ไม่ใช่การแก้ความปั่นป่วนทุกสเกล และ LES ไม่เท่ากับ DNS ที่พยายาม resolve ทุกสเกลที่เกี่ยวข้อง การเลือกราคาแพงกว่าก็ยังต้องตรวจผล OpenFOAM Foundation v13 แยกตัวเลือก laminar, RAS และ LES โดยต้องกำหนดรายละเอียดโมเดลและเงื่อนไขขอบเขตให้สอดคล้อง

แบบฝึกพร้อมแนวคำตอบ

โจทย์: ใช้ U = 20 m/s และ L = 0.05 m โดยสมบัติอื่นเท่าตัวอย่างแรก Re จะเปลี่ยนหรือไม่ และ q เป็นเท่าไร?

แนวคำตอบ: ผลคูณ UL เท่าเดิม จึงได้ Re ≈ 67,680 เหมือนเดิม แต่ M ≈ 0.0583 และ q = 245 Pa การมี Re เท่ากันอย่างเดียวไม่ได้ทำให้แรงเท่ากัน ต้องเทียบรูปร่าง สเกล พื้นที่และสภาวะอื่นด้วย

ต่อไป: ทดสอบช่องไหลที่มีคำตอบแน่นอน

บรรณานุกรม

ตรวจแหล่งต้นทาง 26 กันยายน 2569

คำนวณ Re, Mach และความดันพลวัต

ใช้สมบัติอากาศและสเกลที่คุณกำหนด ไม่ใช่การแก้ Navier–Stokes และไม่ตัดสินความปั่นป่วนจาก Re เพียงค่าเดียว ข้อมูลคำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งออกจากเครื่อง

Used in courses

How to cite this page

Drone Institute, Rangsit University. (2026). Reynolds, Mach and choosing the model fidelity. In UAS Technology Knowledge Hub (B.Tech.). https://rsu-drt.pk-research.work/en/kb/knowledge/aerodynamics/flow-regimes/

Original from Drone-Hub: https://drone.pk-research.work/knowledge/aerodynamics/flow-regimes/ · © PK-Research